วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

ผิวสวย หน้าใส ด้วยมะพร้าว



อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด
น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ (Natural Mineral Drink) เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีอีกด้วย


ชะลออาการอัลไซเมอร์
การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็น


ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
ผิวสวยด้วยการดื่มน้ำมะพร้าวถือเป็นจุดเด่นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะน้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ไม่เพียงเท่านี้ ในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย จึงช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก


สปอร์ตดริ๊งค์จากธรรมชาติ
น้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ (Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย
รู้อย่างนี้แล้ว หันมาหาน้ำมะพร้าวดื่มกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี

หลากมารยาทดีๆ ในที่ทำงาน


การรู้จักกาลเทศะ มีมารยาทและวางตัวดีในที่ทำงานจะช่วยให้การงานราบรื่น ช่วยผ่อนความเครียดที่อาจเกิดจากคนรอบข้างได้ มันไม่ง่ายเลยใช่มั้ยคะกับการทำงานกับคนมากมายทุกๆ วันโดยที่คนเหล่านั้นไม่ใช่เพื่อนหรือคนที่รู้จักคบหากันมาก่อน ดังนั้นการเรียนรู้มารยาท และการวางตัวในที่ทำงาน ก็จะช่วยให้การงานราบรื่นขึ้น ลองนำเคล็ดลับ
ควรทำตัวอย่างไรในการแนะนำตัว
คุณควรรอให้อนุญาติให้นั่งเสียก่อนแล้วจึงนั่งลง หากได้รับคำถามว่าดื่มชา กาแฟมั้ยก็ควรตอบรับเพื่อช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น ที่สำคัญคืออย่าไปสาย ควรตรงต่อเวลาและให้เวลากับการแนะนำตัวเองอย่างไม่จำกัดเวลาแม้ว่าคุณอาจพลาดกับรถเที่ยวต่อไปก็ตาม เพราะหากคุณบอกว่า “ดิฉันต้องไปแล้วค่ะ” นั่นอาจหมายถึงว่าคุณต้องลาจากชั่วนิรันดร์
พนักงานใหม่ควรวางตัวอย่างไร
หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีกับผู้ร่วมงานในที่ทำงานใหม่ก็อย่าเพิ่งกังวล คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทันที แรกๆ คุณควรศึกษากฎระเบียบเสียก่อนและสังเกตุขนบธรรมเนียมและมารยาทในที่ทำงานใหม่เพราะคุณอาจทำงานได้ดีมากแต่อาจทำผิดสังคมในที่ทำงานได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเลี้ยงฉลองอะไรในวันแรก แต่ให้ผ่านช่วงทดลองงานไปก่อน
ทำอย่างไรดีกับเพื่อนร่วมงาน
คุณจัดการกับโต๊ะทำงานของตัวเองได้ แต่ไม่ควรยุ่งกับโต๊ะทำงานของคนอื่น และไม่ควรเอาของใช้ เช่น กระเป๋าหรือสิ่งของไปวางในพื้นที่ทำงานแม้ว่าคุณอยากจะโชว์ให้เพื่อนร่วมงานเห็นก็ตาม นอกจากนี้ความเครียดจะเกิดขึ้นถ้าคุณเอาตัวไปเบียดใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมงานเพราะมนุษย์ส่วนมากมักมีความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ห่างกันหนึ่งช่วงแขน กฎในออฟฟิศอีกอย่างก็คือ เมื่อคุณจะไอหรือจามก็ควรออกนอกห้อง
เจอเพื่อนร่วมงานกลางทาง
ให้คุณเดินไปหาและทักทาย หากคุณไม่แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานอยากจะทักคุณหรือไม่ ก็ให้คุณพยายามสบตาด้วย หากเธอมองไปทางอื่นก็แสดงว่าเธอไม่อยากทักทายคุณ แต่ถ้าคุณอยู่ใกล้ประตูรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ก็ให้หยุดรอตอนขาลงและทักทายเธอ คุณก็จะได้เพื่อนร่วมทาง หรือหากคุณไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยก็ต้องขึ้นรถเช้ากว่านี้เพื่อไม่ต้องเจอกัน
ในลิฟต์ บางคนกลัวการอยู่ในที่แคบ เช่น ในลิฟต์ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กลัวการอยู่ในที่แคบและเจอผู้ร่วมงานในลิฟต์ก็ควรทักทายแล้วจะหันหน้าไปทางประตูลิฟต์ก็ไม่มีใครว่าและควรถามคนอื่นด้วยว่าอยู่ชั้นไหนแล้วกดลิฟต์ให้ด้วย
การโต้ตอบอีเมล
ควรตรวจเช็กและตอบอีเมลวันละอย่างน้อยที่สุด 2 รอบ ตอนเช้า กลางวันและที่ดีที่สุดคือตอนเย็น หากคุณไม่สามารถตอบได้ทันที ก็ให้ส่งข้อความสั้นๆ ว่าคุณไม่อยู่ 2-3 วัน และบอกด้วยว่าคุณจะอยู่ในออฟฟิศอีกครั้งเมื่อไหร่ นอกจากนี้ก็ควรเขียนอีเมลอย่างระมัดระว้ง ถูกต้องและไม่มีข้อผิดพลาด และบันทึกไว้อย่างมีระเบียบเพื่อที่คุณจะได้หาได้ง่ายเมื่อต้องการค้นหา ไม่ควรใช้คำย่อ มีคำขึ้นต้นและลงท้ายอย่างมีมารยาท

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

เตือนคนสมัครงาน ระวังชวดเพราะบล็อก!!


เว็บไซต์สมัครงาน CareerBuilder.com เผยผลสำรวจความคิดเห็นหัวหน้างานอเมริกันที่ทำหน้าที่พิจารณาตกลงรับคนเข้าทำงาน พบว่า 1 ใน 5 ของหัวหน้างานในกลุ่มตัวอย่างมีการเข้าไปชมบล็อก (blog) หรือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเพื่อศึกษานิสัยใจคอผู้สมัครให้มากขึ้น โดยมากกว่า 34 เปอร์เซ็นต์บอกว่าเคยตัดชื่อผู้สมัครออกทันทีหลังจากเข้าชมบล็อกแล้ว รายชื่อบุคคลอ้างอิงหรือ references อาจเก่าเกินจะเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาเข้าทำงานแล้ว เพราะจากการสำรวจหัวหน้างานกว่า 3,169 คนของเว็บไซต์สมัครงานออนไลน์ CareerBuilder.com พบว่ากว่า 22 เปอร์เซ็นต์มีการเข้าไปอ่านประวัติส่วนตัวในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมของผู้สมัครงาน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยสำรวจได้ 11 เปอร์เซ็นต์ในปี 2006 โดย 9 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ยังไม่เคยเข้าไปหาข้อมูลผู้สมัครงานจากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่าง Facebook หรือ MySpace เลย แต่กำลังเตรียมการพิจารณาผู้สมัครด้วยวิธีนี้ในอนาคต จุดที่น่าสนใจคือ การสำรวจพบว่า 34 เปอร์เซ็นต์ของหัวหน้างานที่เข้าไปชมบล็อกของผู้สมัครแล้วไปพบคอนเทนท์"ด้านลบ"จนทำให้สามารถตัดรายชื่อผู้สมัครรายนั้นออกอย่างไม่ลังเล เรื่องนี้การสำรวจพบว่า 41 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าการโพสต์เล่าเรื่องการดื่มเหล้าและการใช้ยาเสพติดบนบล็อกถือเป็นคอนเทนท์ด้านลบร้ายแรงอันดับหนึ่ง คอนเทนท์ด้านลบร้ายแรงอันดับสองคือการโพสต์ภาพที่แสดงถึงความก้าวร้าวและไม่เหมาะสม โดย 40 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างเทคะแนนให้กับข้อนี้ ยังมีคอนเทนท์ด้านลบอื่นๆได้แก่ ข้อความที่แสดงว่าผู้โพสขาดทักษะการสื่อสาร, มีการหลอกลวงคุณสมบัติและวุฒิการศึกษา รวมถึงการแสดงทัศนคติที่แบ่งแยกเรื่องชาติพันธุ์ เพศ และศาสนา อย่างไรก็ตาม การสำรวจยังพบว่าหัวหน้างานถึง 24 เปอร์เซ็นต์ที่ตกลงใจรับผู้สมัครเข้าทำงานทันทีที่ได้อ่านบล็อค คอนเทนท์ด้านบวกอันดับหนึ่งอันดับเดียว คือคอนเทนท์ที่ให้ความรู้สึกว่าผู้สมัครมีทักษะการสื่อสารที่ดี ภาพลักษณ์ที่ดูมืออาชีพน่าเชื่อถือ และมีความสนใจในหลายเรื่องรอบตัว เหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้ประวัติที่ผู้สมัครส่งเป็นหลักฐานนั้นมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น "ตอนนี้หัวหน้างานจำนวนมากใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครงาน เพื่อจะหาข้อมูลภาพรวมว่าผู้สมัครรายนั้นมีความเหมาะสมที่จะเข้าทำงานในองค์กรหรือไม่" Rosemary Haefner ประชาสัมพันธ์ CareerBuilder.com กล่าว "เพราะฉะนั้น ผู้หางานทั้งหลายควรจัดการประวัติบนเว็บเครือข่ายสังคมให้ดี" Haefner ให้ข้อมูลว่า กว่า 16 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นพนักงานที่มีงานทำแล้วในสหรัฐฯ บอกว่ามักจะพัฒนาคอนเทนท์และภาพพจน์บล็อกให้ดูมืออาชีพและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

อาหารจีน


ติ่มซำ (จีน: 點心 แปลว่า ตามใจ, ตามสั่ง) เป็นอาหารว่างของจีน นิยมรับประทานกับน้ำชาเป็นคำเรียกรวมอาหารหลายอย่าง มักเป็นอาหารจำพวกปรุงด้วยการนึ่ง เช่น ขนมจีบ ซาลาเปาฮะเก๋าเป็นต้น บรรจุในภาชนะขนาดเล็ก เช่น เข่งไม้ไผ่ หรือจานใบเล็ก ในร้านอาหารจีนบางร้านนึ่งติ่มซำไว้บนเตารอลูกค้าสั่ง บางร้านใส่รถเข็นหรือใส่ตะกร้าคล้องคอ ให้พนักงานนำไปเสนอลูกค้าในร้าน ขณะที่กำลังรออาหารอื่น


เกี๊ยว (จีนตัวย่อ: 饺子; จีนตัวเต็ม: 餃子; พินอิน: jiǎozi เจี่ยวจือ; ญี่ปุ่น: 餃子, ギョーザ, ギョウザ gyōza เกียวซะ) หมายถึง อาหารจีนชนิดหนึ่ง ทำจากแผ่นแป้งผสมหรือแป้งบะหมี่ (dough) ห่อไส้เนื้อ ผัก หรือส่วนผสมอย่างอื่น ม้วนและปิดห่อด้วยการแตะน้ำเล็กน้อยแล้วบีบที่ขอบ (แผ่นแป้งเมื่อโดนน้ำแล้วจะติดกัน) ทำให้เกี๊ยวมีรูปทรงคล้ายจานบิน เกี๊ยวสามารถนำไปต้มนึ่ง หรือทอดพอสุก เสิร์ฟพร้อมซอสพริกและซอสสำหรับจิ้มที่ทำจากซอสถั่วเหลืองผสมน้ำส้มสายชู
เกี๊ยวเป็นอาหารที่นิยมทั้งในประเทศจีนประเทศญี่ปุ่นประเทศเกาหลีและนอกเหนือไปจากเอเชียตะวันออกส่วนในประเทศไทยสามารถพบเห็นเกี๊ยวซึ่งขายคู่กับบะหมี่ใน ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวและคนไทยมักเรียกเกี๊ยวที่ห่อไส้แล้วนำไปทอดว่า เกี๊ยวซ่า คล้ายชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่น


ลูกอี๋ลั่ย เป็นขนมชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นแป้งข้าวเหนียวที่ห่อไส้ เช่น ไส้งาดำไส้ดอกกุหลาบ ไส้ลูกจ๋อทุบ ไส้ดอกเกว้ยและไส้เชอรี่ ซึ่งเป็นขนมที่มีชื่อเสียงของเมืองเฉิงตูมณฑลเสฉวน


เป็ดปักกิ่ง คือชื่อของอาหารจีนที่ขึ้นชื่อชนิดหนึ่ง โดยเป็ดปักกิ่งที่ถือว่าเป็นสูตรดั้งเดิมนั้นต้องเป็นเป็ดพันธุ์เถียนยาที่ได้รับการเลี้ยงด้วยวิธีการพิเศษเท่านั้น ร้านขายเป็ดปักกิ่งชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปก็อาทิเช่น ร้านฉวนจูเต้อ ร้านเปี้ยนอี้ฟัง เป็นต้น


บะจ่าง หรือ ขนมจ้าง (ภาษาอังกฤษ : Zongzi;จีน 肉粽 ข้าวห่อไส้เนื้อ, จีนกลางออกเสียง 粽子 จ้งจึ คือข้าวห่อด้วยใบไม้)เป็นอาหารจีน ทำด้วยข้าวเหนียวใส่หมูหรือหมูแดงกับถั่วหรือเม็ดบัวและเครื่องปรุงต่างๆ ผัดแล้วห่อด้วยใบไผ่มัดเป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยม บางที่ก็เป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้เชือกมัดแล้วนึ่งให้สุก ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็จะทำไส้แตกต่างกันไปปกติบะจ่างจะมีการทำกันมากในเทศกาลวันไหว้ขนมจ้างคือวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ บางคนใช้ทานเป็นขนม บางคนก็ทานเป็นอาหาร